วันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ใบแมงลัก


สรรพคุณ

ใบแมงลักจะมีขน และมีกลิ่นหอมน้อยกว่าใบโหระพา มีสรรพคุณช่วยไล่แก๊สในลำไส้ และลดอาการไอ ที่สำคัญ ยังมีส่วนช่วยในการเพิ่มน้ำนมของมารดาที่เพิ่งคลอดบุตร นอกจากนั้นยังช่วยรักษาโรคผิวหนังบางชนิดได้อีกด้วย

ใบแมงลัก เป็นพืชล้มลุกที่มีลักษณะเป็นพุ่มเตี้ย คล้ายกระเพราและโหระพา ใบมีสีเขียวอ่อนหยักเล็กน้อยมีขนอ่อนที่ใบและก้าน ทั้งต้นของแมงลักจะมีกลิ่นหอม ดอกเป็นช่อยาวชูขึ้น มีสีขาว เมล็ดสีดำ ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ดหรือการปักชำ เจริญเติบโตดีหากได้น้ำหรือปลูกในฤดูฝน ส่วนใหญ่นิยมปลูกเป็นพืชสวนครัว หรือไม่ก็ปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจ ใบแมงลักกินได้ทั้งสด ๆ หรือนำมาประกอบอาหาร

การนำใบแมงลักมาประกอบอาหารจะนิยมกินที่ยอดอ่อนของมันหรือใบที่ยังไม่แก่ บางคนไม่ชอบกินแมงลักเพราะมีรสเผ็ดนิด ๆ และมีกลิ่น บางคนก็ชอบทานสด ๆ เช่นทานเป็นผักคู่กับขนมจีน นำมา ทำแกงเลียงรสชาติหอม หรือนำมาทำแกงกะทิใบแมงลักจะได้รสชาติเผ็ดร้อนถึงใจ เมล็ด ใช้ผสมกับน้ำหวานหรือน้ำเชื่อม กินแล้วช่วยดับร้อนในกระหายน้ำ ทำให้ชุ่มคอ บำรุงหัวใจให้ชื่นฉ่ำ

สรรพคุณทางยา
  • เมล็ดแมงลักเป็นยาระบาย ช่วยให้ถ่ายสะดวก ส่วนที่ใช้เป็นยา คือ เม็ดแมงลักแก่
  • ใบแมงลักช่วยขับเหงื่อ ขับลม โดยรับประทานใบสดหรือกับขนมจีน
  • แก้ไอ แก้โรคทางเดินอาหาร หรือโรคที่เกี่ยวกับลำไส้ โดยรับประทานน้ำต้มใบแมงลัก และบรรเทาอาการปวดฟัน โดยอมหรือบ้วนปากด้วยน้ำต้มใบแมงลักเช่นกัน
  • แก้ไข้หวัดในเด็ก โดยให้รับประทานน้ำคั้นใบแมงลัก โดยต้องระวังเรื่องการแพ้สารภายในจากต้นแมงลักด้วย
  • ใบใช้ทาภายนอกแก้โรคผิวหนัง
  • น้ำมันแมงลักมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อวัณโรค
  • แก้ขับลมในกระเพาะและลำไส้ บำรุงธาตุ แก้โรคลำไส้พิการ แก้พิษตาลซางในเด็กทารก อารมณ์แจ่มใส ช่วยสมานแผล ช่วยให้แผลหายเร็ว และโรคกระเพาะลำไส้

นอกจากใบแมงลักจะมีสรรพคุณทายาและสามารถรักษาโรคแล้ว ก็ยังประกอบไปด้วยวิตามินต่าง ๆ เช่น วิตามินบี 2 วิตามินซี ธาตุเหล็ก เส้นใยอาหาร และที่สำคัญช่วยบำรุงร่างกายอีกด้วย ชื่อสามัญ แมงลัก (Hairy Basil)

ชื่อวิทยาศาสตร์ Ocimum basilicum L. forma citratum Back

ชื่อวงศ์ Labiatae

ชื่ออื่นๆ ก้อมก้อขาว มังลัก กอมก้อ กำก้อ อีตู่ ผักอีตู่


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น